Wednesday, June 13, 2007

MY BLOG IS MOVED

NOTICE: As I need to pay more attention to English usage, from now on, I will post my blog in English, except for some emotional expression or something that English can't be used to explain well (e.g., สาาาาาาาด)

Then, I decided to move my blog to the English version ( http://fuguman.blogspot.com).

And, I promise, this will be the last change.

Sincere,
Fug U Man

Wednesday, May 30, 2007

Test image

Tuesday, May 01, 2007

ซวยจิงๆ T_T

ความซวย (ห้ามผวน) มีจริง

เพื่อนๆหลายคนคงทราบแล้วว่า กระผมได้รับการตอบรับจาก Google ให้เข้าร่วมโครงการ Google Summer of Code (เสียเวลาเขียน Proposal ตั้ง 1 คืน) แล้วกระผมก็ดีใจมาก เป็นเพราะว่า มันดูสวยมากใน Resume แล้วก็ได้เงินอีกตั้ง $4,500 แน่ะ (ประมาณ 150,000฿ โอ้วววว)

แผนที่สวยงามที่กระผมคิดเอาไว้นั้นก็ประมาฯว่า Summer นี้เราก็กินเงิน Research อาจารย์ box ไปเป็นปกติ แล้วก็ได้เงินจาก Google SOC มาเป็น Bonus $4,500 ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร

แต่ความซวยมีจริง เนื่องจากข้าพเจ้านั้นได้เข้ามาอยู่ที่ US ได้แค่ 2 Quarter (หกเดือน) ดังนั้นหมดสิทธิ์ทำงานนอก แล้ว Google Summer of Code นี้เค้ามองว่าเป็นงานนอก ไม่ได้มองว่าเป็น academic competition หรือ award แต่อย่างใด (โอ้วมายกร๊อดดดดดดด!@#$%^&*)

เมื่อข้าพเจ้าระเห็จไปขอ Work Authorization จาก International Student Office (ISO) ก็ได้รับคำปฏิเสธอย่างนุ่มนวล พร้อมกับคำแสดงความเสียใจ ว่าอาจารย์ที่ ISO ไม่สามารถช่วยอะไรได้จริงๆ เพราะ ก.ม. มันระบุไว้อย่างนั้น (ว่า F-1 student อย่างข้าพเจ้านั้น จะไม่ทำงานนอก จนกว่าจะพ้น 1st academic year)

ซวยสาดดดดดดดดดดดดดด

ด้วยความลนก็เลย e-mail ไปคุยกับเจ๊ Leslie ผู้ดูแลโครงการนี้ของ Google

เจ๊เค้าก็แนะนำเลยครับ ว่าโดยหลักการแล้วเนี่ย มันเป็นการจ้างงาน เพราะฉะนั้น ให้กระผมไปที่ไหนก็ได้ ที่สามารถให้ผมทำงานได้อย่างถูก ก.ม. (ไม่ใช่ US แน่นอนสำหรับตอนนี้) แล้วเจ๊เค้าก็บอกว่า "ลองกลับบ้านสิจ๊ะ เป็นทางเลือกของเธอหรือเปล่า"

โอ้วมายก๊อด ตอนนี้ก็ปวดกบาลเลยสิครับ ถ้ากลับ ได้ $4,500 ได้ Google SOC ไปอยู่ใน Resume แต่...
ค่าเครื่องบิน ไป-กลับ $1,600 ต่อคน (มนก็ต้องกลับด้วยอ่ะนะ ถ้ากลับคนเดียวคงไม่สามารถไปสู้หน้าใครที่ประเทศไทยได้) แล้วต้องอยู่ไทยตลอด 3 เดือน ดังนั้นรายได้จาก อ. บ็อกซ์ หายวับแน่นอน (T_T) แล้วไอ้เงินที่ได้มาคงใช้ที่ไทยหมดแน่ๆ (หักค่าเครื่องบินก็เหลือนิดเดียวแล้วอ่ะ...)

ถ้าอยู่ USA จะได้รายได้จาก อ.บ็อกซ์ สองคนรวมกันตลอด summer = $6,000 หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว น่าจะเหลือเงินเก็บ $2,000

ทางออกตอนนี้ก็เลยต้องกลายเป็น "อยู่ USA แล้วก็ contribute งานให้กับ Google ไปฟรีๆซะ เอาแต่ชื่อเสียงอย่างเดียวพอ ไม่ต้องเอาตัง"

จนปัญญาครับ T_T

ใครมีความคิดเห็นอะไรก็ช่วยแนะนำด้วยก็ดีครับ ตอนนี้ยุ่งๆ คิดอะไรไม่ออกแล้ว

ไปทำงานต่อก่อนล่ะคับ

สาดดดดด ทิ้งท้ายอีกที

Bye

Fug U Man

Sunday, April 15, 2007

Google Summer of Code

ฮู้วววเย่ห์

ไม่มีอะไรมากครับพี่น้อง แค่จะบอกว่า ส่ง proposal ในโครงการ Google Summer of Code (see http://code.google.com/soc) แล้วได้รับเลือกด้วยครับ (summer นี้เหนื่อยแล้วตู)

Google กระเป๋าหนักจะเป็นคนจ่ายตังให้กับโปรเจคต่างๆเช่น Eclipse SDK เป็นต้น OSCAR ก็เป็นหนึ่งใน Project ที่ได้รับเงินสนับสนุน Summer of Code เช่นเดียวกัน โดยในแต่ละโปรเจคย่อย ก็จะมีจำนวนทุนจำกัดแตกต่างกันไป สำหรับ OSCAR ปีนี้ให้ 5 โครงการครับ

ด้วยความที่อาจารย์ Box เป็นเจ้าของโครงการ HA-OSCAR อยู่แล้ว ผมก็เลย submit proposal เข้าไปเลยครับ

โปรเจคผมทำเกี่ยวกับ OSCAR / HA-OSCAR ผุ้ใด๋สนใจก็ลอง follow link ไปดู abstract ขำๆนะครับ

http://code.google.com/soc/oscar/about.html

เรื่องที่ฮากว่าคือ ผม ร่วมด้วยกับพี่เต้อ (เด็กไทยใจสปอร์ต เรียน ป.โท ที่เดียวกัน) และบักเจมส์ เด็ก under grad มาร่วมตกลงกันว่า ส่ง proposal เข้าไปแม่ง 3 คนเลย เผื่อๆเอาไว้ แบบว่า ให้มันได้สักอันวะ แล้วมาช่วยกันทำ แล้วก็หารตังกัน

ตกลงกันว่า ผมส่งเกี่ยวกับ High Availability พี่เต้อส่งงานเกี่ยวกับ Virtualization เพื่อน Reliability improvement บักเจมส์ ส่งเกี่ยวกับ Benchmark Tools integration ใน OSCAR

ตามข้อมูลของโครงการในตอนแรกที่ OSCAR ได้ Hint เอาไว้ หัวข้อของผม กับของพี่เต้อ ไม่อยู่ในรายการเลยครับ แค่เขียนส่งเผื่อๆเฉยๆ

........

ปรากฎว่า แม่งได้หมดเลย... กรรม ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี เหนื่อยแน่ๆ งานนี้

อาหารทำเอง ครื้นเครงจริงๆ

มน ทำ
เอก ถ่าย+ทำด้วยนะจ๊ะ

ด้วยความคิดถึงอาหารไทยจัด เราก็เลยติดรถอาจารย์ Box ไปซื้อของไทยที่เมืองข้างๆ (เมืองเรามีห้าง Wall-mart แต่มันไม่มีของไทยขาย) มันมีร้านขายของชำอยู่ร้านนึงชื่อว่า Bao Bao (เบาๆ=อย่าทำรุนแรงนะจ๊ะ) เจ้าของร้านเป็นคนเวียดนามครับ ขายของชำสารพัดอย่าง ที่มาจากทาง Asia อาทิเช่น เต้าหู้ยี้ ถั่วงอก มะระ ฯลฯ และที่สำคัญ ที่ร้านนี้มี "กะปิ" และ "เครื่องต้มยำ" ขายด้วยยยยย ฮิ้ววววว

ด้วยความอยาก เราก็ได้ซื้อกะปิตรา พันท้ายนรสิงห์ (ดังภาพ)


มาทำน้ำพริกกะปิเลี้ยงตัว

ด้วยความอยากถ่ายภาพจัด ข้าพเจ้าจึงจัดแจง ถ่ายทำขั้นตอนการทำแบบทุลักทุเลเอาไว้ด้วยคับ

เริ่มจากการหั่นสารพัดเครื่องปรุง (พริก Jalapeño - อ่านว่าญีลาปีโน่, กระเทียม) แล้วก็เอาไปตำรวมกัน


ด้วยความยาจก ไม่มีครก+สากเป็นของตัวเอง ก็เลยต้องบรรเลงด้วยชามกับแก้วนี่แหละครับ
ที่สำคัญ แก้วมันเป็นแก้วพลาสติก จึงต้องออกแรงบดส่วนผสมมากเป็นพิเศษ (อย่างเหนื่อย)

เมื่อมันเละได้ที่ ก็เอากะปิผสมเข้าไป แล้วก็บี้ๆ บดๆ (ด้วยช้อน) ให้มันเข้ากัน


ก็จะได้ก้อนขี้หมาเปียกดังภาพ แล้วก็บีบมะนาวเข้าไปต่อ เป็นอันเสร็จพิธีน้ำพริก

ในขณะเดียวกัน มนก็ทำการทอดผัก


ผักทุกอย่างชุบไข่ทอดหมดเลยฮ่าๆๆ (แอบผสมแป้ง pan cake นิดหน่อย ฮ่าๆๆ - แทนแป้งมัน)
ด้วยความอดอยากจึงต้องใช้ ข้าวโพดกระป๋อง ถั่วอะไรสักอย่าง(คล้ายๆถั่วฝักยาวผสมถั่วลันเตา-งงแมะ) แช่แข็ง(defrosted แล้วนะก่อนทอดเนี่ย) แล้วก็แครอท มาชุบไข่ทอด


(ท่าทางทะมัดทะแมงมาก)

เมื่อทอดเสร็จก็พบว่ากระทะมันเป็นอย่างเงี้ย

น่ากลัวมาก สงสัยเป็นเพราะแป้งแน่ๆเลย ฟองฟอดเชียะ

แล้วเราก็เอาเห็ดกระป๋อง กับข้าวโพดกระป๋อง แล้วก็แครอทที่เหลือมาผัดผักต่อ


ดูท่าทางพอใช้ได้นะเนี่ย
จริงๆข้าพเจ้าผัดผักเก่งกว่ามน แต่ต้องมาถ่ายรูป ก็เลยให้คุณเธอรับบทแม่ครัวหัวป่า(เถื่อน)ไป อิๆ

เมื่อผักพอได้ที่ (ดูมันเละๆน่วมๆ) ก็สาดไข่ลงไปต่อ

ก็ได้ผัดผักประหลาดๆ ประมาณนี้แล

แล้วก็มาจัดโต๊ทานกัน (หลังจากลำบากลำบนทำมานาน)

ก็เป็นอันเสร็จพิธี ... แด๊กได้!!!

ป.ล. กับข้าวชุดนี้ ข้าพเจ้ากินไป 3 วันขอรับ กว่าน้ำพริกมันจะหมด เอาซะเบื่อน้ำพริกกะปิเลย แถมกลิ่นติด microwave อีกต่างหาก ฮือๆๆ

Tuesday, March 27, 2007

กรูจะถูกดักตีหัวมั้ยเนี่ย...

ก่อนอื่นต้องขออภัยทุกๆท่านที่ไม่ได้ up blog เลยนะขอรับ

วันนี้มีเรื่องปัจจุบันทันด่วน เลยมา up ซะหน่อย

ครือว่า กระผม นายฟัก ดันไปทำตัวฟักๆ ในคาบ ลีเหนี่ย อัลจีบร้า (ไม่กล้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เผื่อพวกในห้องมันตามมาอ่าน)

โจทย์มันก็ค่อนข้างใช้กึ๋นนิดหน่อยนะ (ไม่ยากมาก) แต่นักเรียนในห้องดันแบบผิด ลอจิก ของคณิตศาสตร์ (คนแขกทำ)

ทั้งชาย ทั้งหญิง ผิดเหมือนกันเลย (ใครว่าแขกเก่งคณิตฟะ เท่าที่เจอมา ยังไม่เคยเจอใครเก่งจริงๆเลย)

ไอ้เราก็ดันไปทัก (มนบอกว่า ด้วยน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกว่า "มึงผิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!") แล้วแขกมันมองทั้งห้องเลย (ขนาดฝรั่งยังงิ่ด -- มนบอก)

(เราว่าเราไม่ได้ทักอะไรขนาดนั้นนะ)

อาจารย์เค้าเลยเปิดโจทย์ข้อนั้นให้เป็น "ปัญหาเปิด" คือ ยังไม่มีใครแก้ได้

แต่เราทำมาแล้วนี่หว่า ตอนแรกกะจะไม่ออกไปนะ กลัวโดนตีหัว (ไปทักของเค้าผิด แล้วไปโชว์ข่ม)

แต่ในที่สุด ก็ดันออกไปจนได้ (ทำไมวะเนี่ย)

สุดท้ายเลยไปโชว์เหนือ ข่มเค้าเข้านั้น

ความอึดอัดเริ่มถาโถมเข้ามาทันที ที่อาจารย์ชมว่า ดีมาก (ซวยแล้วกู)

หลังจากนั้นไม่กี่นาที คนแขกอีกคนก็พยายามออกไปแสดงว่า ของกรูก็มีวิธีทำอีกแบบ ที่ถูกเหมือนกัน (แต่ก็ยังผิด)

เป็นการแสดงออกถึงอะไรบางอย่าง ที่เรารู้สึกว่า "กรูจะโดนมันลอบทำร้ายมั้ยวะเนี่ย"

...

แล้วไอ้ครึ่งหนึ่งของคนในห้องนั้น เป็นแขกที่มันอยู่อพาร์ตเม้นเดียวกันด้วยดิ (ดีนะคนละตึก)

เจ็ดโด้!!!!

ถ้าเราเป็นอะไรไป ฝากเพื่อนๆช่วยแก้แค้นด้วยนะครับ :'(

ป.ล. ด้วยความบ้า ทำให้ฝรั่งเค้าเข้าใจผิดคิดว่าเรามีดี มาขอ study ด้วยกันซะงั้น (กรูก็ไม่ค่อยว่าง มีงานหนักเหมือนกัน) เลยให้ e-mail เค้าไป เสียดายแม่งเป็นผู้ชาย...

จบตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวโดนมนตบ

ไปทำงานต่อก่อนนะคร้าาาบบบ

ป.ล. 2 อยากเขียนเป็นภาษาอังกฤษนะ แต่ไม่ได้อารมณ์แบบนี้แน่นอน
ป.ล. 3 จะพยายาม up blog บอกเล่าถึงชีวิตประจำวัน และความเป็นอยู่ให้พวกสูรู้กันอีกทีนะครับ (ขออภัย มันสุดจะยุ่งจริงๆ)

Thursday, December 28, 2006

(ภาพตัวอย่าง)
เดินเล่นรอบเมืองครับ
โปรดเข้ามาดู แล้วท่านจะรู้ว่าบ้านนอกของแท้ เป็นอย่างไร
ดูอัลบัม